วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การอำลาของเฟอร์กูสัน และความคาดหวังในฤดูกาลหน้า

ไม่ได้เขียนบล็อกนี้มานานมากทั้งไม่ว่าง บวกกับจังหวะและผลงานที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของหงส์เราทำให้บางทีก็ไม่รู้จะเขียนอะไร อย่างเช่นชนะมาสองนัดยังไม่มีเวลาเขียนแต่พอจะเขียนก็มาแพ้กับทีมที่ไม่น่าแพ้ซะก็เลยหมดอารมณ์เขียนไปเลย สำหรับวันนี้พอดีพอจะมีเวลาอยู่บ้างประกอบกับมีข่าวที่น่าสนใจของคู่ปรปักษ์สำคัญของเรา ซึ่งอาจมีผลกับเรา (หรือเปล่า) ก็เลยขอเขียนเสียหน่อย

ในวันสองวันที่ผ่านมานี้ผมเชื่อว่าในโลกของฟุตบอลอังกฤษคงไม่มีข่าวใดที่ดังไปกว่าข่าวการอำลาจากผีแดงของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือซึ่งถึงแม้จะคุมทีมคู่อริของทีมเรา แต่ถ้ามองด้วยใจเป็นกลางแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นกุนซือที่เก่งและประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง (ถึงแม้ผมจะเห็นว่าบ๊อบ เพลสลีย์ และคิงเคนนีของเราเก่งกว่าก็ตาม) จากข่าวนี้เดอะคอปส่วนหนึ่งอาจรู้สึกดีใจ เพราะนั่นเท่ากับว่าโอกาสที่แมนยูจะได้แชมป์หนีห่างเราออกไปอาจจะลดลงและนี่อาจเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะกลับมา แต่ในส่วนตัวของผมผมกลับเฉย ๆ นะ ออกจะเสียดายด้วยซ้ำ เพราะในมุมของผมผมมองว่าถ้าหงส์เราจะกลับมาได้แชมป์ผมก็อยากจะได้แชมป์เหนือแมนยูที่มีอเล็กซ์ เฟอร์กูสันคุมอยู่นี่แหละ และยิ่งคิดถึงตอนนี้ก็ยิ่งเสียดายที่ในปีที่เราได้ที่สองภายใต้การคุมของราฟาโดยมีแต้มตามหลังแมนยูอยู่สี่แต้ม ซึ่งเป็นปีที่เราเล่นได้คงเส้นคงวาที่สุด แต่ก็มีบางนัดที่ไปพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ กันเอง และนั่นทำให้เราพลาดแชมป์ อีกปีหนึ่งที่น่าเสียดายแต่ก็มีความน่าดีใจอยู่ก็คือปีที่เราจบอันดับสองเหมือนกันภายใต้การคุมของอุลิเยร์ ซึ่งปีนั้นเราจบเหนือแมนยูด้วย (แมนยูได้ที่สาม) และก็รู้สึกว่าจะเป็นปีเดียวตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีกที่เราจบเหนือแมนยู

แต่ถ้าถามว่าแล้วถ้าเราได้แชมป์หลังจากเฟอร์กูสันวางมือแล้วมันจะเป็นยังไง กลัวแฟนแมนยูจะมาอ้างโน่นอ้างนี่อะไรยังไงหรือไง ผมก็บอกเลยว่าไม่เกี่ยวครับ ผมแค่เสียดายเฉย ๆ ผมไม่เคยสนใจความเห็นของแฟนทีมอื่น ถ้ามาแนวฮาร์ดคอร์หยาบคายไม่ให้เกียรติผมก็ไม่ให้ราคาคนพวกนี้อยู่แล้ว ต่อให้เป็นคนมีชื่อเสียงแค่ไหน แต่ถ้ามาคุยกันอย่างสุภาพ แซวกันเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้คุยกันได้สนุก ภรรยาผมก็เป็นแฟนผีแดงนะครับ และเราก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันต่างคนต่างเชียร์ทีมตัวเอง คุณเชียร์ทีมของคุณ (ให้แพ้ซะบ้าง) ผมเชียร์ทีมของผม (ให้ชนะทีมคุณเสมอ) ก็พอแล้ว อีกอย่างผมอยากจะบอกว่าตอนที่แมนยูเริ่มได้แชมป์ลีกทีมเราก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดและมีกุนซือที่ดีที่สุด (คิงเคนนี) นะครับ และก็เป็นโชคร้ายของเราที่เราได้กุนซือที่ตอนแรกก็คิดว่าดีแล้วคือซูเนส แต่ภายหลังปรากฏว่าเขาน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราตกต่ำลงมาเพราะทำลายโครงสร้างของทีมที่คิงเคนนีทำเอาไว้จนพังไปหมด ขณะที่แมนยูกลับตั้งหลักได้และหนีเราไปเรื่อย ๆ และพอเราได้กุนซือที่ดีอย่างราฟามาก็มาเจอเจ้าของทีมที่ไม่ได้ค่อยจะได้เรื่องอย่างสองปลิงนั่นอีก  และตอนนี้ก็ต้องลุ้นว่าเจ้าของทีมคนปัจจุบันอย่างเฮนรีจะจริงใจกับทีมแค่ไหน และกุนซือของเราอย่างร็อดเจอร์จะทำได้ดีแค่ไหน

แล้วคิดว่าฤดูกาลหน้าจะเป็นยังไง เริ่มจากแมนยูที่ตั้งเดวิด มอยส์ กุนซือทีมร่วมเมืองของเราอย่างเอฟเวอร์ตัน เข้ามาแทนที่ ผมคิดว่าตอนนี้แฟนแมนยูหลายคนก็คงจะรู้สึกไม่ต่างจากเราตอนที่เราตั้งร็อดเจอร์สเข้ามาแทนที่คิงเคนนี (ที่กลับมารอบสอง) เพราะดูชื่อชั้นชื่อเสียงแล้วมันคนละเรื่องกันเลย และแฟนแมนยู (อาจรวมถึงแฟนทีมอื่นด้วย) อาจสงสัยว่าทำไมกุนซือที่มีชื่อเสียงมีเกียรติประวัติมากกว่ามอยส์อีกเยอะแยะทำไมไม่เลือกมา ยิ่งไปกว่านั้นมอยส์อยู่กับเอฟเวอร์ตันมาเป็นสิบ ๆ ปี แต่ยังไม่เคยได้แชมป์อะไรเลย อันนี้ผมก็คงตอบไม่ได้ และผมก็ไม่ได้ดูถูกมอยส์นะครับ เพราะในความเห็นผมผมว่าเขาก็เป็นกุนซือที่เก่งคนหนึ่ง แต่ผมว่าเขาไม่น่าจะพาแมนยูรักษาแชมป์ไว้ได้ในปีหรือสองปีแรกของเขาครับ และยังไม่ต้องพูดถึงถ้วยยุโรปนะครับ ผมว่าสถิติห้าสมัยของเราน่าจะคงอยู่ไปอีกพอสมควรครับ ที่ผมคิดอย่างนี้ก็เพราะผมคิดว่าในปีหรือสองปีแรกของเขาเขาน่าจะมีปัญหาในการปรับทีม และอาจมีนักเตะบางคนที่ไม่ยอมรับ  ยังไงก็ตามผมคิดว่าเขาไม่น่าจะเลวร้ายจนทำให้ทีมเสียหายเหมือนที่ซูเนสทำไว้กับเราครับ แต่ก็ต้องอาจใช้เวลาสามหรือสี่ปีกว่าที่เขาจะได้ทีมที่เป็นของเขาและมีศักยภาพพอที่จะกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารแมนยูจะใจเย็นพอหรือเปล่า

ส่วนทีมเราจะได้เปรียบจากโอกาสนี้จนได้เป็นแชมป์ในฤดูกาลหน้านี้เลยไหม ถ้าถามว่าผมหวังไหมผมก็ตอบว่าหวังแน่เหมือนทุกปี เชียร์ทีมอย่างหงส์เราแล้วไม่หวังแชมป์มันไม่ใช่ครับ แต่คำตอบนี้ถ้าดูจากสภาพความเป็นจริงผมว่าก็คงไม่ได้ ดูแต้มที่เราห่างจากทีมแชมป์ตอนนี้ 30 แต้ม หรือที่สี่ตอนนี้ก็ 12 แต้ม ผมว่าเรายังต้องทำอะไรอีกเยอะ คือมันไม่ได้มีแค่แมนยูแล้วครับตอนนี้ ยิ่งมีข่าวว่าเราจะได้งบซื้อนักเตะอีกแค่ 20 ล้านปอนด์ ในขณะที่แมนซิ หรือเชลซีน่าจะมีงบมากกว่าเราเยอะ ยิ่งเราไม่ได้ไปถ้วยยุโรปโอกาสที่จะได้สตาร์มาเสริมก็น่าจะยากขึ้นไปอีก แต่ข้อทีพอจะเป็นข้อดีของเราก็คือร็อดเจอร์สทำงานมาแล้วฤดูกาลหนึ่ง ซึ่งโดยรวมแล้วทีมก็เล่นบอลได้ดีขึ้น และนักเตะก็น่าจะเข้าใจระบบทีมมากขึ้น แต่เรายังคงต้องการนักเตะมาเสริมหลายตำแหน่งครับ อย่างน้อยสุดในความเห็นของผมก็มีตำแหน่งเซ็นเตอร์แทนคาราที่เลิกเล่น ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งควรจะได้อย่างอลองโซ่ และตำแหน่งหน้าเป้าที่ยิงคม ๆ สักคน ซึ่งงบ 20 ล้าน อาจไม่พอและก็ไม่รู้ว่าคนที่เราจะขายออกไปจะขายได้สักเท่าไร  อีกอย่างดูจากข่าวแล้วสตาร์ของเราหลายคนก็เป็นเป้าหมายของทีมอื่นก็ไม่รู้ว่าเราจะรักษาไว้ได้หรือเปล่า ซึ่งดูแล้วยังยากมากครับสำหรับเรา อาจต้องปีหรือสองปีครับกว่าเราจะมีลุ้นเต็มตัว และก็ต้องหวังว่ากฏห้ามใช้เงินมากเกินของยูฟ่าจะออกมาบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

สำหรับฤดูกาลหน้าผมมองว่าอาร์เซนอลเป็นทีมเต็งหนึ่งที่จะได้เป็นแชมป์นะครับ จากการที่ทุกทีมหัวตารางน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหมด ไม่ว่าจะเป็นแมนยูซึ่งเปลี่ยนกุนซือจากเฟอร์กูสันมาเป็นมอยส์  แมนซิซึ่งผมว่าจากการที่พลาดเอฟเอคัพน่าจะทำให้มันชินีไม่ได้ทำทีมต่อ เชลซีซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าใครจะมาทำทีมต่อจากเบนนิเตส ซึ่งถ้าเป็นมูรินโญผมว่าเชลซีน่าจะได้ลุ้นมากขึ้น แต่ถ้าต้องเลือกเต็งสองผมก็ยังให้แมนซินะครับเพราะมีเงินถุงเงินถังและตามข่าวกุนซือที่น่าจะมาแทนมันชินีก็คือเปรเยกรินี (ซึ่งจริง ๆ คนนี้ผมก็เคยคิดอยากให้มาคุมทีมเราตอนที่มีการปลดคิงเคนนี)   เต็งสามผมให้เชลซีกับแมนยู ส่วนเต็งสี่ก็เรากับสเปอร์ พรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าสนุกแน่ครับเพราะว่าทีมบน ๆ ของตารางส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น

สำหรับฤดูกาลหน้าถ้าจะให้จัดอันดับหนึ่งถึงหกตามความฝันของผมก็จะเป็นอย่างนี้ครับ

1. ลิเวอร์พูล
2.-6 ช่างมันใครก็ได้

แต่ถ้าให้จัดตามความเป็นไปได้ (บวกเข้าข้างตัวเองนิดหน่อย) ก็น่าจะได้ตามนี้ครับ

1. อาร์เซนอล
2. แมนซิ
3. แมนยู
4. ลิเวอร์พูล
5. เชลซี
6. สเปอร์

ยังไม่ทันหมดฤดูกาลนี้เลย แต่อยากให้ฤดูกาลหน้าเปิดแล้ว เออแต่ว่าไอ้ CTH อะไรนี่มันจะสมัครกันยังไงล่ะ ต้องรีบหาข้อมูลแล้ว เดี๋ยวไม่ได้ดู...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น