วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ลาก่อนและขอบคุณมากที่สุดคาราเกอร์

วันนี้ลิเวอร์พูลแข่งในบ้านเป็นนัดสุดท้ายในฤดูกาลนี้ และเป็นนัดสุดท้ายของคาราเกอร์ด้วย ก็ขอเขียนบล็อกแสดงความระลึกถึงและขอบคุณคาราเกอร์เสียหน่อย จริง ๆ เรื่องคาราเกอร์ประกาศอำลาสนามก็ออกมานานแล้วนะครับ แต่ผมยังหวังอยู่ลึก ๆ ว่าเขาจะเปลี่ยนใจ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่เปลี่ยนใจ ก็คงต้องทำใจยอมรับความจริงว่าหลังจากนัดนี้คงจะไม่ได้เห็นคาราเกอร์ในชุดลิเวอร์พูลที่ผมเห็นคุ้นตามาตลอดหลายปีมานี้

ในหลายปีมานี้มีนักเตะลิเวอร์พูลเข้ามาและออกไปหลายคน แต่คนที่ทำให้ผมคิดถึงได้จริง ๆ ก็คงมีแค่ซามี ฮูเปีย และซาบี้ อลอนโซ่ แต่สองคนนี้ถึงจะคิดถึงยังไงก็ไม่มีความรู้สึกใจหายเท่ากับคาราเกอร์ในครั้งนี้ บอกตามตรงว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีนักเตะไม่กี่คนที่ผมรู้สึกผูกพันมากและไม่อยากให้เขาเลิกเล่นให้ลิเวอร์พูล ซึ่งคาราเกอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ตั้งแต่คาราเกอร์เริ่มเล่นให้ลิเวอร์พูล ถึงแม้ในช่วงแรกที่แฟน ๆ หลายคนดูเหมือนจะไม่ชอบใจนัก แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้นนะ ผมกลับมองว่าเขาก็เล่นได้ในสไตล์ที่กองหลังทั่วไปควรเล่น ไม่ได้โดดเด่นแต่มีความทุ่มเทเกินร้อยเสมอ และผมมองว่าผู้จัดการทีมก็คงมองเห็นแบบนั้นถึงได้จัดเขาลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และที่น่าแปลกใจก็คือหลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บแล้วกลับมาอีกครั้งเขากลับมาเล่นได้อย่างดีเยี่ยม เป็นกำลังหลักในแผงหลังของลิเวอร์พูลตลอดมา และสิ่งที่คาราเกอร์แสดงออกตลอดมาก็คือความทุ่มเท ความรักที่มีต่อลิเวอร์พูล และนี่คือสิ่งที่ทำให้เขาชนะใจเดอะคอปทั่วโลก สิ่งที่ผมเสียใจกับเขาอย่างเดียวก็คือเขาไม่สามารถเล่นได้อีกสักปีหรือสองปี ซึ่งผมมั่นใจว่าเราน่าจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นแชมป์เดียวที่คาราเกอร์ยังไม่ได้จากการที่เล่นให้กับเรา ดังนั้นใครที่ว่าคาราเกอร์ไม่ประสบความสำเร็จนี่คงต้องกลับไปคิดใหม่นะครับ

อย่างที่โกวเล้งบอกไว้ ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกรา คาราเกอร์ก็คงคิดดีแล้วว่าการลาจากจากลิเวอร์พูลตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งผมก็ขออวยพรให้เขามีความสุขกับชีวิตหลังจากนี้ และขอขอบคุณอย่างมากที่สุดสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทุ่มเท ทำให้แฟนบอลอย่างผมมีความสุขทุกครั้งที่เห็นเขาลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล และก็หวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะกลับมาเป็นหนึ่งในทีมลิเวอร์พูลอีกครั้ง เพื่อสานต่อความสำเร็จของลิเวอร์พูลต่อไป กลับมาเพื่อมาเป็นแชมป์กับลิเวอร์พูลในถ้วยที่เขายังไม่เคยได้ ลาก่อนคาราเกอร์ You Will Never Walk Alone

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การอำลาของเฟอร์กูสัน และความคาดหวังในฤดูกาลหน้า

ไม่ได้เขียนบล็อกนี้มานานมากทั้งไม่ว่าง บวกกับจังหวะและผลงานที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของหงส์เราทำให้บางทีก็ไม่รู้จะเขียนอะไร อย่างเช่นชนะมาสองนัดยังไม่มีเวลาเขียนแต่พอจะเขียนก็มาแพ้กับทีมที่ไม่น่าแพ้ซะก็เลยหมดอารมณ์เขียนไปเลย สำหรับวันนี้พอดีพอจะมีเวลาอยู่บ้างประกอบกับมีข่าวที่น่าสนใจของคู่ปรปักษ์สำคัญของเรา ซึ่งอาจมีผลกับเรา (หรือเปล่า) ก็เลยขอเขียนเสียหน่อย

ในวันสองวันที่ผ่านมานี้ผมเชื่อว่าในโลกของฟุตบอลอังกฤษคงไม่มีข่าวใดที่ดังไปกว่าข่าวการอำลาจากผีแดงของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือซึ่งถึงแม้จะคุมทีมคู่อริของทีมเรา แต่ถ้ามองด้วยใจเป็นกลางแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นกุนซือที่เก่งและประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง (ถึงแม้ผมจะเห็นว่าบ๊อบ เพลสลีย์ และคิงเคนนีของเราเก่งกว่าก็ตาม) จากข่าวนี้เดอะคอปส่วนหนึ่งอาจรู้สึกดีใจ เพราะนั่นเท่ากับว่าโอกาสที่แมนยูจะได้แชมป์หนีห่างเราออกไปอาจจะลดลงและนี่อาจเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะกลับมา แต่ในส่วนตัวของผมผมกลับเฉย ๆ นะ ออกจะเสียดายด้วยซ้ำ เพราะในมุมของผมผมมองว่าถ้าหงส์เราจะกลับมาได้แชมป์ผมก็อยากจะได้แชมป์เหนือแมนยูที่มีอเล็กซ์ เฟอร์กูสันคุมอยู่นี่แหละ และยิ่งคิดถึงตอนนี้ก็ยิ่งเสียดายที่ในปีที่เราได้ที่สองภายใต้การคุมของราฟาโดยมีแต้มตามหลังแมนยูอยู่สี่แต้ม ซึ่งเป็นปีที่เราเล่นได้คงเส้นคงวาที่สุด แต่ก็มีบางนัดที่ไปพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ กันเอง และนั่นทำให้เราพลาดแชมป์ อีกปีหนึ่งที่น่าเสียดายแต่ก็มีความน่าดีใจอยู่ก็คือปีที่เราจบอันดับสองเหมือนกันภายใต้การคุมของอุลิเยร์ ซึ่งปีนั้นเราจบเหนือแมนยูด้วย (แมนยูได้ที่สาม) และก็รู้สึกว่าจะเป็นปีเดียวตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีกที่เราจบเหนือแมนยู

แต่ถ้าถามว่าแล้วถ้าเราได้แชมป์หลังจากเฟอร์กูสันวางมือแล้วมันจะเป็นยังไง กลัวแฟนแมนยูจะมาอ้างโน่นอ้างนี่อะไรยังไงหรือไง ผมก็บอกเลยว่าไม่เกี่ยวครับ ผมแค่เสียดายเฉย ๆ ผมไม่เคยสนใจความเห็นของแฟนทีมอื่น ถ้ามาแนวฮาร์ดคอร์หยาบคายไม่ให้เกียรติผมก็ไม่ให้ราคาคนพวกนี้อยู่แล้ว ต่อให้เป็นคนมีชื่อเสียงแค่ไหน แต่ถ้ามาคุยกันอย่างสุภาพ แซวกันเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้คุยกันได้สนุก ภรรยาผมก็เป็นแฟนผีแดงนะครับ และเราก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันต่างคนต่างเชียร์ทีมตัวเอง คุณเชียร์ทีมของคุณ (ให้แพ้ซะบ้าง) ผมเชียร์ทีมของผม (ให้ชนะทีมคุณเสมอ) ก็พอแล้ว อีกอย่างผมอยากจะบอกว่าตอนที่แมนยูเริ่มได้แชมป์ลีกทีมเราก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดและมีกุนซือที่ดีที่สุด (คิงเคนนี) นะครับ และก็เป็นโชคร้ายของเราที่เราได้กุนซือที่ตอนแรกก็คิดว่าดีแล้วคือซูเนส แต่ภายหลังปรากฏว่าเขาน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราตกต่ำลงมาเพราะทำลายโครงสร้างของทีมที่คิงเคนนีทำเอาไว้จนพังไปหมด ขณะที่แมนยูกลับตั้งหลักได้และหนีเราไปเรื่อย ๆ และพอเราได้กุนซือที่ดีอย่างราฟามาก็มาเจอเจ้าของทีมที่ไม่ได้ค่อยจะได้เรื่องอย่างสองปลิงนั่นอีก  และตอนนี้ก็ต้องลุ้นว่าเจ้าของทีมคนปัจจุบันอย่างเฮนรีจะจริงใจกับทีมแค่ไหน และกุนซือของเราอย่างร็อดเจอร์จะทำได้ดีแค่ไหน

แล้วคิดว่าฤดูกาลหน้าจะเป็นยังไง เริ่มจากแมนยูที่ตั้งเดวิด มอยส์ กุนซือทีมร่วมเมืองของเราอย่างเอฟเวอร์ตัน เข้ามาแทนที่ ผมคิดว่าตอนนี้แฟนแมนยูหลายคนก็คงจะรู้สึกไม่ต่างจากเราตอนที่เราตั้งร็อดเจอร์สเข้ามาแทนที่คิงเคนนี (ที่กลับมารอบสอง) เพราะดูชื่อชั้นชื่อเสียงแล้วมันคนละเรื่องกันเลย และแฟนแมนยู (อาจรวมถึงแฟนทีมอื่นด้วย) อาจสงสัยว่าทำไมกุนซือที่มีชื่อเสียงมีเกียรติประวัติมากกว่ามอยส์อีกเยอะแยะทำไมไม่เลือกมา ยิ่งไปกว่านั้นมอยส์อยู่กับเอฟเวอร์ตันมาเป็นสิบ ๆ ปี แต่ยังไม่เคยได้แชมป์อะไรเลย อันนี้ผมก็คงตอบไม่ได้ และผมก็ไม่ได้ดูถูกมอยส์นะครับ เพราะในความเห็นผมผมว่าเขาก็เป็นกุนซือที่เก่งคนหนึ่ง แต่ผมว่าเขาไม่น่าจะพาแมนยูรักษาแชมป์ไว้ได้ในปีหรือสองปีแรกของเขาครับ และยังไม่ต้องพูดถึงถ้วยยุโรปนะครับ ผมว่าสถิติห้าสมัยของเราน่าจะคงอยู่ไปอีกพอสมควรครับ ที่ผมคิดอย่างนี้ก็เพราะผมคิดว่าในปีหรือสองปีแรกของเขาเขาน่าจะมีปัญหาในการปรับทีม และอาจมีนักเตะบางคนที่ไม่ยอมรับ  ยังไงก็ตามผมคิดว่าเขาไม่น่าจะเลวร้ายจนทำให้ทีมเสียหายเหมือนที่ซูเนสทำไว้กับเราครับ แต่ก็ต้องอาจใช้เวลาสามหรือสี่ปีกว่าที่เขาจะได้ทีมที่เป็นของเขาและมีศักยภาพพอที่จะกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารแมนยูจะใจเย็นพอหรือเปล่า

ส่วนทีมเราจะได้เปรียบจากโอกาสนี้จนได้เป็นแชมป์ในฤดูกาลหน้านี้เลยไหม ถ้าถามว่าผมหวังไหมผมก็ตอบว่าหวังแน่เหมือนทุกปี เชียร์ทีมอย่างหงส์เราแล้วไม่หวังแชมป์มันไม่ใช่ครับ แต่คำตอบนี้ถ้าดูจากสภาพความเป็นจริงผมว่าก็คงไม่ได้ ดูแต้มที่เราห่างจากทีมแชมป์ตอนนี้ 30 แต้ม หรือที่สี่ตอนนี้ก็ 12 แต้ม ผมว่าเรายังต้องทำอะไรอีกเยอะ คือมันไม่ได้มีแค่แมนยูแล้วครับตอนนี้ ยิ่งมีข่าวว่าเราจะได้งบซื้อนักเตะอีกแค่ 20 ล้านปอนด์ ในขณะที่แมนซิ หรือเชลซีน่าจะมีงบมากกว่าเราเยอะ ยิ่งเราไม่ได้ไปถ้วยยุโรปโอกาสที่จะได้สตาร์มาเสริมก็น่าจะยากขึ้นไปอีก แต่ข้อทีพอจะเป็นข้อดีของเราก็คือร็อดเจอร์สทำงานมาแล้วฤดูกาลหนึ่ง ซึ่งโดยรวมแล้วทีมก็เล่นบอลได้ดีขึ้น และนักเตะก็น่าจะเข้าใจระบบทีมมากขึ้น แต่เรายังคงต้องการนักเตะมาเสริมหลายตำแหน่งครับ อย่างน้อยสุดในความเห็นของผมก็มีตำแหน่งเซ็นเตอร์แทนคาราที่เลิกเล่น ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งควรจะได้อย่างอลองโซ่ และตำแหน่งหน้าเป้าที่ยิงคม ๆ สักคน ซึ่งงบ 20 ล้าน อาจไม่พอและก็ไม่รู้ว่าคนที่เราจะขายออกไปจะขายได้สักเท่าไร  อีกอย่างดูจากข่าวแล้วสตาร์ของเราหลายคนก็เป็นเป้าหมายของทีมอื่นก็ไม่รู้ว่าเราจะรักษาไว้ได้หรือเปล่า ซึ่งดูแล้วยังยากมากครับสำหรับเรา อาจต้องปีหรือสองปีครับกว่าเราจะมีลุ้นเต็มตัว และก็ต้องหวังว่ากฏห้ามใช้เงินมากเกินของยูฟ่าจะออกมาบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

สำหรับฤดูกาลหน้าผมมองว่าอาร์เซนอลเป็นทีมเต็งหนึ่งที่จะได้เป็นแชมป์นะครับ จากการที่ทุกทีมหัวตารางน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหมด ไม่ว่าจะเป็นแมนยูซึ่งเปลี่ยนกุนซือจากเฟอร์กูสันมาเป็นมอยส์  แมนซิซึ่งผมว่าจากการที่พลาดเอฟเอคัพน่าจะทำให้มันชินีไม่ได้ทำทีมต่อ เชลซีซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าใครจะมาทำทีมต่อจากเบนนิเตส ซึ่งถ้าเป็นมูรินโญผมว่าเชลซีน่าจะได้ลุ้นมากขึ้น แต่ถ้าต้องเลือกเต็งสองผมก็ยังให้แมนซินะครับเพราะมีเงินถุงเงินถังและตามข่าวกุนซือที่น่าจะมาแทนมันชินีก็คือเปรเยกรินี (ซึ่งจริง ๆ คนนี้ผมก็เคยคิดอยากให้มาคุมทีมเราตอนที่มีการปลดคิงเคนนี)   เต็งสามผมให้เชลซีกับแมนยู ส่วนเต็งสี่ก็เรากับสเปอร์ พรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าสนุกแน่ครับเพราะว่าทีมบน ๆ ของตารางส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น

สำหรับฤดูกาลหน้าถ้าจะให้จัดอันดับหนึ่งถึงหกตามความฝันของผมก็จะเป็นอย่างนี้ครับ

1. ลิเวอร์พูล
2.-6 ช่างมันใครก็ได้

แต่ถ้าให้จัดตามความเป็นไปได้ (บวกเข้าข้างตัวเองนิดหน่อย) ก็น่าจะได้ตามนี้ครับ

1. อาร์เซนอล
2. แมนซิ
3. แมนยู
4. ลิเวอร์พูล
5. เชลซี
6. สเปอร์

ยังไม่ทันหมดฤดูกาลนี้เลย แต่อยากให้ฤดูกาลหน้าเปิดแล้ว เออแต่ว่าไอ้ CTH อะไรนี่มันจะสมัครกันยังไงล่ะ ต้องรีบหาข้อมูลแล้ว เดี๋ยวไม่ได้ดู...

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ปี 2012 ปีชงของหงส์แดงกำลังจะผ่านไป

ก่อนอื่นก็ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่มายังเดอะคอปทุกท่านนะครับ และผมคิดว่าพรปีใหม่ที่เดอะคอปทุกคนอยากได้ก็คือขอให้ฟอร์มของทีมดีอย่างต่อเนื่อง และกลับมาเป็นหงส์แดงทีมเดิมที่ได้แชมป์แบบผูกขาดเหมือนในอดีต

ผมไม่ได้เขียนบล็อกถึงทีมรักมานานมาก ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะเขียนทุกสัปดาห์ ก็หวังว่าปีหน้าจะเขียนถึงทีมรักได้มากขึ้น สำหรับปีนี้ 2012 ผมอยากจะเรียกว่ามันเป็นปีชงของทีมเราก็ได้ เพราะปลายปี 2011 เรากำลังลุ้นพื้นที่ UCL อยู่ดี ๆ แต่พอเข้าปี 2012 เท่านั้นแหละฟอร์มของทีมก็หลุดออกทะเลไปเลย หาชัยชนะไม่ค่อยได้ จนคิงเคนนีโดนปลด ได้ร็อดเจอร์เข้ามาทำทีมแทน รูปทรงบอลของทีมก็ดูดี แต่ผลการแข่งขันก็ไม่ค่อยเป็นใจ ในหลาย ๆ นัด บางครั้งโชว์ฟอร์มเทพ บางครั้งก็ออกทะเล ยังหาความสมำเสมอไม่ได้ แต่ยังไงก็ตามด้วยปัญหาที่เรามีอยู่ตอนนี้ ผมก็ดีใจแล้วที่เราสามารถจบปีนี้ด้วยชัยชนะอันสวยหรูและอยู่ในอันดับเก้า โดยมีคะแนนห่างพื้นที่ UCL อยู่แปดแต้ม ซึ่งจะว่าห่างก็ห่าง แต่ผมว่าเราก็ยังมีลุ้น 

ก็หวังว่าปีใหม่ 2013 ที่จะมาถึงนี้ เราน่าจะพ้นปีชงมาแล้วและกลับมาคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ได้แชมป์ยูโรป้า เอฟเอคัพ และจบในสี่อันดับแรก เอ้า หงส์แดงสู้ ๆ YNWA...  

วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ปัญหาใหญ่คือเกมรับ

ว่าจะเขียนบล็อกในวันที่เราเก็บชัยชนะนัดแรกกับนอริชเมื่อเสาร์ที่แล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เขียนจนมาถึงนัดที่เราแพ้อูดิเนเซ่คาบ้าน ผมได้นั่งดูเกมเต็มเกมทั้งสองนัด ก่อนอื่นต้องบอกว่าดีใจมากที่เราประเดิมชัยชนะนัดแรกได้และยิงได้ถึงห้าประตู เราทำเกมเดินเครื่องบุกอย่างสนุกสนานมาก บอกตามตรงว่าไม่ได้ดูหงส์ของเราเล่นสนุกแบบนี้มาหลายปีแล้วนับตั้งแต่หมดยุคของรอย อีแวนส์ แตสิ่งหนึ่งที่ผมว่าพวกเราทุกคนเห็นเหมือนกันคือเกมรับของเราซึ่งมีปัญหามาตั้งแต่ต้นฤดูกาลและยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ ในเกมเจอนอริชผมว่าพวกเราหลายคนคงคิดเหมือนกันนะครับว่าถ้านอริชคมกว่านี้บางทีเราอาจจะไม่ชนะง่ายอย่างนั้นก็ได้ และผลลัพธ์ของเกมรับของเราก็แสดงให้เห็นในวันที่แพ้อูดิเนเซ่คาบ้าน ดังนั้นผมต้องบอกว่าเราสามารถแพ้ได้ทุกทีมที่มีกองหน้าคม ๆ เราคงไม่ได้คาดหวังว่ากองหน้าของเราจะยิงได้ห้าประตูทุกนัดหรอกนะครับ แต่หงส์ของเราตั้งแต่เปิดฤดูกาลมานี่เสียประตูเกือบทุกนัด และมักจะเสียมากกว่านัดละหนึ่งประตูด้วย

บอกตามตรงผมว่าถ้าเรายังเป็นอย่างนี้โอกาสที่จะเป็นแชมป์ของเราหรือกลับไปอยู่หนึ่งในสี่น่าจะยังยากอยู่ เพราะในยุคของรอย อีแวนส์ เราก็เป็นแบบนี้บุกมันแต่เสียประตูเยอะ แต่ในยุคนั้นเรามีกองหน้าอย่างร็อบบี้ ฟาวเลอร์ กับสแตนด์ คอลลีมอร์ ซึ่งเป็นกองหน้าที่คมมากเราจึงติดหนึ่งในสี่มาตลอด แต่กองหน้าของเราตอนนี้ด้อยกว่าตอนนั้นเยอะ ซัวเรซเล่นดีขึ้นแต่ก็ต้องรอดูว่าจะสม่ำเสมอไปได้แค่ไหน และถ้าซัวเรซเกิดเจ็บขึ้นมาผมยังมองไม่ออกว่าใครจะเป็นความหวังในการยิงประตูให้เราได้ ดังนั้นถ้าเกมรับเรายังเป็นแบบนี้โอกาสที่เราจะแพ้หรือเสมอผมมองว่ามีโอกาสสูงกว่าโอกาสที่จะขนะนะครับ

ปัญหาที่ผมมองคือเราขาดมิดฟิลด์ตัวรับครับ โดยสวนทีไรก็ถึงหน้าประตูทุกที และกองหลังของเราอย่างสเคอร์เทล และจอห์นสันก็มักจะพลาดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ถ้าลูคัสหายกลับมาและเล่นได้ดีเหมือนเดิมก็น่าจะอุดรอยรั่่วตรงนี้ได้ แต่การไปฝากความหวังไว้กับนักเตะเพียงคนเดียวมันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องนักนะครับ ดังนั้นก็ต้องอยู่ที่ร็อดเจอร์ล่ะครับว่าจะปรับระบบยังไงเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้

ยังไงก็ตามผมหวังว่านัดเจอสโต๊คพรุ่งนี้เราจะเก็บชัยชนะนัดแรกในบ้านได้ และก็หวังว่ากองหน้าเราจะโชว์ฟอร์เทพยิงกันได้เยอะ ๆ อีกครั้ง เพื่อชดเชยกับปัญหาของกองหลังที่อาจจะยังผิดพลาดกันอยู่ แต่ถ้าจะให้ดีกว่าพรุ่งนี้เราชนะแบบคลีนชีตเลยก็น่าจะดีนะครับ ขอกองเชียร์เชียร์ไปยิ้มไปไม่ต้องนั่งเกร็งบ้างนะครับนักเตะหงส์แดงทั้งหลาย

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

ลืมสิ่งที่ผ่านมาซะแล้วมองไปข้างหน้า

ขอเขียนบล็อกเกี่ยวกับลิเวอร์พูลต่อเนื่องอีกสักวัน เพราะมันยังมีอะไรที่ค้างคาใจอยู่จากเกมแดงเดือดที่เพิ่งผ่านมา ผมอยากให้พวกเรามามองถึงความพ่ายแพ้ของเราเมื่อวานว่านอกจากปัจจัยกรรมการที่แน่นอนมีส่วนสำคัญมากแล้ว แต่ก็ต้องบอกว่ามันก็เกิดจากปัญหาเดิม ๆ ของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจบสกอร์ไม่ได้เมื่อมีโอกาส การเข้าบอลที่สุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสได้ใบแดง การเสียบอลง่าย ๆ ขณะที่ทำเกมรุกจนนำมาซึ่งการเสียลูกจุดโทษ การที่ซัวเรซชอบเล่นละครตบตากรรมการบ่อย ๆ จนนำมาซึ่งการไม่ได้ลูกจุดโทษทั้งที่ควรจะได้

ที่ผมระบายเรื่องกรรมการไปพอสมควรเมื่อวานก็เพราะว่าผมอาจมีความคาดหวังมากเกินไป เพราะบรรยากาศทุกอย่างก่อนเกมจะเริ่มมันดีทั้งหมด จนกระทั่งเกิดข้อผิดพลาดจากการตัดสินขึ้น คือไม่จำเป็นต้องจบด้วยเราไม่แพ้ถึงจะดีนะครับ ถึงเราจะแพ้ถ้าแพ้แบบไม่มีข้อกังขาใด ๆ ผมก็โอเคครับ และผมคิดว่าแฟนแมนยูก็จะมีความสุขกับชัยชนะมากกว่านี้ อีกอย่างที่เซ็งก็คือทำไมเวลาเกิดข้อผิดพลาดจากการตัดสินขึ้น ส่วนใหญ่มันถึงเป็นทีมเราที่เสียประโยชน์ แน่นอนอาจมีคนบอกว่าเราก็เคยได้ประโยชน์จากการตัดสิน แต่มันน้อยกว่าจำนวนที่เราเสียประโยชน์มากครับ

อย่างไรก็ตามผมอยากให้มองว่ากรรมการก็เป็นคนมีโอกาสผิดพลาดได้ และไม่อยากให้เราไปกล่าวหาทีมแมนยูว่าซื้อกรรมการ หรือกรรมการจงใจตัดสินเข้าข้างแมนยูเพราะเป็นทีมมาเฟีย  บอกตรง ๆ ว่าผมไม่เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ และให้คิดด้วยว่าถ้ามีใครมากล่าวหาทีมเราแบบนี้เป็นเราก็คงไม่พอใจเช่นกัน ดังนั้นหยุดเสียทีเถอะครับ เพราะถ้าเราทำต่อไปก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นกองเชียร์ที่แพ้ไม่เป็น ส่วนใครที่อยากบ่นกรรมการก็บ่นไปครับว่าแต่กรรมการนะครับอย่าไปยุ่งกับทีมและนักเตะเขา และจริง ๆ ผมว่าก็ควรจะหยุดได้แล้ว ด้วยเหตุผลที่ผมบอกมาข้างต้นว่าสาเหตุมันก็มาจากเราด้วย แพ้ก็คือแพ้ครับ ไม่ว่ามันจะแพ้ด้วยเหตุอะไรก็ตาม ทำใจและให้อภัยครับ

สุดท้ายผมอยากให้เรามองไปข้างหน้าดีกว่ามาจมอยู่กับสิ่งที่ผ่านไปแล้วครับ แน่นอนว่าผลการแข่งขันเมื่อวานย่อมสร้างความผิดหวังกับเหล่าเดอะคอปทุกคน แต่ผมว่าพวกเราไม่ได้ผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของทีมใช่ไหมครับ พวกเราคงเห็นแล้วว่าด้วยฟอร์มการเล่นของทีมเราที่แสดงให้เห็นเมื่อวานนี้ ด้วยนักเตะดาวรุ่งที่เรามี ถ้าเราสามารถรักษามันไว้ได้เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวทีมไหนอีกแล้ว ขอให้ปรับแก้จุดอ่อนที่เรามีและโชคชะตากลับมาอยู่ข้างเราบ้างเราจะกลับมาแน่ และเมื่อถึงตอนนั้นทำไมเราจะกลับไปชนะแมนยู ปืน หรือเรือใบในบ้านเขาไม่ได้ อย่าลืมว่าเราเคยถล่มแมนยู 4-1 คาบ้านเขามาแล้ว ดังนั้นบุกไปยิงให้ขาดนำให้ห่างชนิดที่ถ้ากรรมการจะพลาดยังไงก็ปล้นชัยชนะจากเราไม่ได้ สู้ ๆ ครับทีมเราเขาก็สู้ให้เราเห็นแล้วว่า 10 คน ยังสู้กับ 11 คนได้ เรากองเชียร์ก็มองไปข้างหน้าและสู้ต่อไปพร้อมกับทีมเถอะครับ YNWA

ความพ่ายแพ้ที่น่าภูมิใจและบรรยากาศที่น่าประทับใจ

หลังเกมแดงเดือดประจำฤดูกาล 2012-2013 ผลตามสกอร์ที่ออกมาเราแพ้ผีแดง 1-2 แต่สำหรับคนที่ดูบอลเป็นและไม่มีอคติก็คงจะดูออกว่าเราเล่นดีกว่า และที่เราแพ้นี่กรรมการมีส่วนมาก ไม่ว่าจะแจกใบแดงที่ไม่สมควรให้กับเชลวี่ หรือการให้จุดโทษที่ไม่สมควรเป็นจุดโทษ จริง ๆ ผมก็เข้าใจนะว่าคนเราก็มีความผิดพลาดได้ แต่การผิดพลาดมาก ๆ แบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับผู้ตัดสินระดับนี้ ถ้าเป็นผู้ตัดสินระดับลีกแถว ๆ สารขัณฑ์ก็ว่าไปอย่าง แต่พูดถึงเรื่องนี้ก็อยากให้แฟนบอลบ้านเราดูเป็นตัวอย่างนะครับว่า ไม่ว่าจะไม่พอใจกรรมการยังไง กองเชียร์ของเขาก็แค่โห่หรือร้องเพลงด่า แต่ไม่มีการไปปิดล้อมไม่ให้ผู้ตัดสินออกจากสนาม หรือวิ่งลงไปทำร้ายผู้ตัดสิน

กลับมาเรื่องนี้ดีกว่า บอกตามตรงว่าผมค่อนข้างผิดหวังกับกรรมการมากที่ทำให้ผลออกมาแบบนี้  ผมอาจจะเสียดายถ้าเราแพ้เหมือนนัดที่ผ่าน ๆ มา คือบุกกระจายแล้วโดนสวนตูมเดียวจอด เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้นมันก็คือความผิดพลาดของเราเอง แต่วันนี้มันไม่ใช่ กรรมการเป็นตัวแปรสำคัญจริง ๆ  ตอน 11 คนต่อ 11 คน นั้นเราเล่นดีกว่ามาก พอเชลวี่ไล่ออกเหลือ 10 คนเราก็ยังเล่นดีกว่า ถึงขนาดยิงนำไปก่อน ถ้าจะเล่นแย่ก็คงเป็นช่วงเดียวที่่เราโดนตีเสมอ และถ้าผลออกมาเสมอกันผมก็คิดว่าน่าจะเป็นผลที่น่าพอใจกับทั้งสองฝ่าย แต่กรรมการกลับมาให้จุดโทษที่ไม่น่าให้กับแมนยู พูดจริง ๆ ผมว่าลูกที่ซัวเรซโดนยังน่าจะเป็นจุดโทษของลิเวอร์พูลมากกว่าเสียอีก แต่ก็คงต้องโทษซัวเรซที่ชอบทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะจนไม่มีใครเขาเชื่อแล้ว

แต่ยังไงเราก็แพ้ไปแล้ว และคงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่อยากจะบอกว่าผมภูมิใจในนักเตะทุกคน รวมถึงผู้จัดการทีมที่ตอนแรกเข้ามาผมก็ยังไม่ได้รู้สึกคาดหวังอะไรกับเขามากนัก แต่จากการที่ดูทีมเล่นมาหลายนัดต้องบอกว่าเขาทำให้ผมประทับใจฟอร์มการเล่นของทีมนะ และจากฟอร์มที่เห็นในนัดนี้ และนักเตะทุกคนรวมทั้งดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมา ผมมั่นใจว่านับจากนี้ถ้าเราไม่โชคร้ายจนเกินไป เราจะเก็บคะแนนได้เป็นกอบเป็นกำ เพราะเราได้ผ่านห้านัดแรกที่โหดสุด ๆ ไปแล้ว ถึงจะไม่ได้แต้มตามที่ผมคาดหวังไว้ว่าเราน่าจะได้สักหกแต้ม แต่จากฟอร์มการเล่นและผู้เล่นที่เล่นด้วยความมุ่งมั่นแบบนี้ผมว่าทีมเราน่าจะกลับมาได้เหมือนอาร์เซนอลในฤดูที่แล้ว ต้องบอกว่ามันเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าภูมิใจมาก

ส่วนในแง่ของบรรยากาศ ก็ต้องบอกว่าสุดยอดนะตั้งแต่การไว้อาลัย การจับมือกันของซัวเรซกับเอฟร่า และนักเตะที่เล่นกันอยู่ในสนามก็เล่นกันได้อยู่ในเกมของฟุตบอล ที่จะแย่และทำให้บรรยากาศเสียก็แค่การตัดสินของกรรมการ มาร์ค ฮัลซี่ เพียงอย่างเดียว

อีกจุดที่น่าประทับใจก็คือการเชียร์ของกองเขียร์สองทีมที่ผมได้พบบน twitter ซึ่งมีการยอมรับและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แฟนแมนยูก็มายอมรับว่าเล่นสู้ไม่ได้ แฟนลิเวอร์พูลก็ขอบคุณ และคนที่แฟนลิเวอร์พูลต่อว่าก็คือกรรมการไม่ใช่ทีมแมนยู แต่อาจมีบ้างที่ไปบอกว่ากรรมการถูกแมนยูซื้อไป แมนยูเป็นมาเฟีย  ซึ่งอันนี้ต้องเลิกนะ ผมคิดว่าไม่มีเรื่องแบบนี้หรอกแต่เป็นความผิดพลาดของบุคคลมากกว่า  

บอกตามตรงว่าผมค่อนข้างจะไม่สบายใจมานานแล้วในการเชียร์ของแฟนบอลในยุคนี้ คือมันเหมือนกับต้องจงเกลียดจงชังทีมและแฟนทีมอื่นที่เป็นคู่แข่งกับตัวเอง เวลาอีกทีมแพ้ก็ต้องไปเยาะเย้ย ซึ่งถ้าเบาะ ๆ ก็พอทำเนา แต่บางคนไม่รู้จักขอบเขต ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้คำหยาบคายอีก และที่ผมไม่เข้าใจคือบางคนเราก็เห็นเขาบนโลกออนไลน์นี่แหละ ยังไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ไม่รู้กล้าดียังไงไปแซวเขาหรือด่าเขา สำหรับผมการแซวกันหนัก ๆ นี่จะทำกับเพื่อนฝูงที่สนิท ๆ กันเท่านั้น อยากจะบอกว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันนะครับ การที่เราจะรักชอบอะไรที่ต่างกัน ชอบแมนยู รักลิเวอร์พูล ชอบมือถือ Samsung Galaxy หรือเป็นสาวก Apple มันจำเป็นที่เราจะต้องเกลียดกันหรือ

ผมเชียร์บอลผมก็แช่งแมนยู แต่ไม่ใช่เพราะจงเกลียดจงชังอะไร ผมยังชอบนักเตะแมนยูหลายคน และนับถือฝีมือการบริหารทีมของเซอร์เฟอร์กี้ แต่ที่แช่งก็คือการแช่งในเกมการแข่งขัน เพราะเราเป็นสองทีมที่เป็นคู่แข่งกันในด้านความสำเร็จ ทุกทีมมียุคของมัน ยุคนี้เป็นยุคของแมนยู แต่สมัยก่อนเป็นยุคของลิเวอร์พูล และบอกเลยว่าทีมที่เป็นคู่แข่งจริง ๆ ของลิเวอร์พูลในยุครุ่งเรืองจริง ๆ ในบอลลีกไม่ใช่แมนยูนะ แต่เป็นพวกวิลล่า เอฟเวอร์ตัน อาร์เซนอล ฟอร์เรสต์ (ซึ่งตอนนี้ตกชั้นไปนานมากแล้ว) ก็เช่นเดียวกับตอนนี้ที่คู่แข่งของแมนยูก็ไม่ใช่ลิเวอร์พูล แต่เป็นแมนซิ เชลซี อาร์เซนอล แต่ไม่ว่าสองทีมนี้จะเจอกันตอนไหนก็จะเล่นกันอย่างสนุกเล่นด้วยศักดิ์ศรีของสองทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในสหราชอาณาจักร

เราเชียร์คนละทีมแต่เราก็อยู่ด้วยกันได้ครับ อย่างบ้านผมผมกับลูกคนโตเชียร์ลิเวอร์พูล ภรรยาเชียร์แมนยู ลูกคนเล็กเชียร์เชลซี  ตอนผมจีบกับภรรยาเราก็แซวกันพอหอมปากหอมคอ ยุคที่ผมกับภรรยาจีบกันเป็นปลายยุครุ่งเรืองของลิเวอร์พูล หงส์ชนะผมก็ไม่กล้าแซวมากพอแต่งกันปุ๊บเป็นขาลงของลิเวอร์พูลขาขึ้นของแมนยู ก็โดนแซวหนักหน่อย แต่หลัง ๆ ไม่ค่อยโดนแล้ว เพราะหงส์เราขาลงซะจนเขาเบื่อจะแซวแล้ว :(  ถึงตอนนี้หลายคนอาจบอกให้เลิกกับภรรยาเผื่อลิเวอร์พูลจะกลับมาได้ ก็บอกตามตรงว่าคิดอยู่ เฮ้ยไม่ใช่!!!!!! ไม่เกี่ยว อย่าไปบอกใครนะเดี๋ยวผมจะไม่ได้กลับมาเขียนบล็อกอีก

เอาเป็นว่าสรุปเลยแล้วกันว่าสิ่งที่ผมประทับใจก็คือบรรยากาศของเกมทั้งก่อนระหว่างและหลังแข่ง และยังประทับใจการเชียร์ของแฟน ๆ ที่ผมได้เห็นใน twitter  เราจะรักอะไรเชียร์อะไรเราก็เป็นคนไทยด้วยกันอย่าให้อคติที่เกิดจากกความหลงมาทำให้เราหลงลืมความจริงข้อนี้ครับ  ผมอยากให้รักษาบรรยากาศการเชียร์แบบนี้ไว้ครับ และก็หวังว่าเดอะคอปทั้งหลายก็จะยืนอยู่ข้างทีมอย่างนี้ต่อไปนะครับ YNWA    


วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

สองเกมที่ผ่านมาก่อนวันแดงเดือด

ว่าจะเขียนบล็อกหลังจากที่ทีมเสมอแมวดำแบบน่าชนะแล้วแต่ก็ไม่ได้เขียน เกมกับแมวดำเป็นอีกนัดนะที่เราเล่นได้ค่อนข้างดีแต่ก็ไม่ชนะ ปัญหาเดิม ๆ ที่โดนสวนมาแล้วเป็นประตูเกือบทุกทีนี่ ถ้ายังแก้ไม่ได้ มันจะเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หวลงของเราในปีนี้เลยทีเดียว ส่วนกองหน้าก็ยังใช้โอกาสเปลืองเหมือนเดิม นัดนี้ไม่อยากพูดถึงแล้วไปดูนัดยูโรป้าดีกว่า

สำหรับยูโรป้านี้เราใช้เด็กลงเล่นเกือบทั้งทีม ซึ่งปรากฏว่าเด็ก ๆ กลับโชว์ผลงานกันได้ดีไม่ว่าจะเป็นซูโซ วิสดอม และที่เคยอยู่ในทีมตัวจริงแล้วอย่างเฮนโด้ โคอาเตส และเชลวีซึ่งเล่นได้ดีมากและยิงสองประตูให้เราพลิกแซงกลับมาชนะได้ 5-3   ดังนั้นถ้าเด็กชุดดนี้เติบโตขึ้นมาและรักษาฟอร์มไว้ได้หงส์น่าจะมีขุมกำลังที่จะยืนระยะได้ยาวในอนาคตแน่นอน (แต่ปัจจุบันก็ยังห่วงอยู่นะ ช่วยรีบออกจากโซนตกชั้นมาไกล ๆ หน่อย) กองหลังก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ คาร่านี่เห็นเลยว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว ส่วนเอ็นริเก้นี่ก็ฟอร์มออกทะเลไปเลย ประตูอย่างแบรดโจนส์ก็ดูไม่ค่อยนิ่ง และจุดอ่อนที่โดนสวนกลับแล้วเสียเลยนี่น่าจะเกิดจากการขาดกลางรับอย่างลูคัสไป ซึ่งจะต้องรีบหาทางแก้ไขให้ได้

ก็เป็นปัญหาที่ร็อดเจอร์จะต้องแก้ต่อไป และหวังว่าเขาจะได้เวลา เพราะตอนนี้ดูทีมเล่นแล้วดูเป็นรูปเป็นทรงดูเป็นระบบมากขึ้น ก็หวังว่านักเตะจะคลิกกันโดยเร็ว เริ่มจากนัดเจอผีแดงนี่เลย ถ้าชนะได้กำลังใจจะมาและเราจะกลับมาสู่เส้นทางแน่นอน สู้ ๆ YNWA